mount_everest_as_seen_from_drukair2_plw_edit

หากพูดถึงเนปาลละก็สิ่งหนึ่งที่หลายท่านคงนึกถึงก็คือ เขาเอเวอเรสต์ สิ่งหนึ่งที่เหล่าบรรดานักปีนเขาต้องการไปท้าทายตัวเองรวมถึงท้าทายแรงดึงดูดของโลกบนนั้น เพราะการที่จะขึ้นไปบนยอดเขาเอเวอร์เรสต์นั้นได้เป็นสิ่งที่มหาโหดมาก เพราะด้วยอากาศที่บางเบาและความหนาวเหน็บบนยอดเขาที่อาจจะฆ่าชีวิตได้ทุกเมื่อ

เอเวอเรสต์ ยอดเขาหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเกิดจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียนและแผ่นเปลือกโลกอินเดีย ในทางภูมิรัฐศาสตร์ ยอดเขาเอเวอเรสต์ถือเป็นจุดแบ่งพรมแดนระหว่างประเทศเนปาลและทิเบต โดยชาวเนปาลเรียกยอดเขาเอเวอเรสต์ว่า “สครมาตา” ซึ่งหมายถึงมารดาแห่งท้องสมุทร ส่วนชาวทิเบตขนานนามยอดเขาแห่งนี้ว่า “โชโมลังมา” ซึ่งหมายถึง มารดาแห่งสวรรค์

ชื่อของยอดเขาเอเวอเรสต์นั้น ตั้งโดย เซอร์แอนดรูว์ วอ นักสำรวจประเทศอินเดียชาวอังกฤษ เพื่อเป็นเกียรติแก่ เซอร์จอร์จ อีฟเรสต์ นักสำรวจประเทศอินเดียรุ่นก่อนหน้า

เรื่องของความเชื่อก่อนที่จะทำการปีนเขานั้น ชาวเนปาลจะจัดพิธีบวงสรวงเทพยดาแห่งขุนเขา ซึ่งเป็นการขอขมาและบูชาเทพธิดา “สักการะมาถา” ซึ่งเป็นชื่อของยอดเขาเอเวอเรสต์ แปลว่า พระแม่ผู้เป็นเจ้า

ยอดเขาเอเวอเรสต์มีความสูงจากระดับน้ำทะเลมาก จึงทำให้มีความกดอากาศต่ำ มีอากาศหนาวเย็นจับใจในช่วงหน้าหนาว มีหิมะปกคลุมยอดเขาตลอดทั้งปี เส้นทางที่กว่าจะเข้าไปถึงบริเวณเบส แคมป์ มีความสูงประมาณ 5,364 เมตรจากระดับน้ำทะเล ของทางฝั่ง เมื่อบรรดานักปีนเขาขึ้นไปบนเขายิ่งสูงเท่าไหร่ความกดอากาศก็ยิ่งต่ำ มีออกซิเจนน้อย ลมพัดแรงมาก หากโชคไม่ดีก็อาจจะเจอกับพายุหิมะ ซึ่งนั่นอาจหมายถึงการสูญเสียชีวิตได้เลยทีเดียว