ทำไมทุกคนควรลองใช้เกลือเกาะเสม็ดทำความสะอาด

เต่าเกาะเสม็ดมีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ดี พวกเขาเป็นทรัพย์สินของประเทศเหล่านั้นที่มีพวกเขาอยู่ในดินแดนของตน ชายหาดทะเลเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยม ทุกๆปีผู้คนเดินทางไปทั่วชายหาดทั่วโลก และความสวยงามของทะเลเป็นสิ่งมีชีวิต หากปราศจากปะการังปลาเต่าและสัตว์น้ำเค็มอื่น ๆ ชายหาดทะเลจะสูญเสียความสวยงาม และเพื่อให้ระบบนิเวศของเกาะเสม็ดทำงานได้อย่างถูกต้องสิ่งมีชีวิตทุกชนิดควรได้รับการอนุรักษ์ไว้

เต่าเกาะเสม็ดสีเขียวมักเป็นพืชที่กินพืชในธรรมชาติ พวกเขากินทะเลและเก็บไว้สั้น ๆ ซึ่งจะช่วยรักษาคุณภาพของเตียงทะเล หญ้าทะเลจำเป็นต้องตัดสั้นเช่นหญ้าเพื่อการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น เตียงทะเลเป็นพื้นสำหรับการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำทะเลที่มีคุณค่าเช่นกุ้งปลาหอยเป็นต้นหากเต่าสูญพันธุ์สุขภาพของเตียงทะเลจะแย่ลงและหญ้าทะเลจะลดลง เป็นผลให้สัตว์ที่อาศัยอยู่บนหญ้าจะสูญหายไปและจะส่งผลต่อสัตว์ขนาดใหญ่อื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในสัตว์กินพืชขนาดเล็ก ในที่สุดระบบนิเวศทั้งระบบจะยุบทำให้เกิดการทำลายสิ่งมีชีวิตในทะเลซึ่งเป็นแหล่งความงามของทะเล ดังนั้นนักท่องเที่ยวจะไม่เดินทางท่องเที่ยวชายหาดเกาะเสม็ดและประเทศที่เศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยวจะประสบปัญหาในระยะยาว

ชายหาดทะเลและระบบทรายไม่สามารถถือโภชนาการได้ ดังนั้นพืชไม่เจริญเติบโตได้ดีในเนินทรายและในชายหาดที่มันไม่โตเลย เต่าเกาะเสม็ดรังและวางไข่บนชายหาด เต่าแต่ละตัววางไข่เกือบ 100 ฟองต่อฤดูกาล ไม่ทุกไข่จะฟักไข่ปลาแต่ละตัวจะไม่สามารถออกไข่ได้ ไข่และไข่ที่ไม่สมบูรณ์เหล่านี้ที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จในการออกมาจากรังและสร้างทางทะเลเป็นแหล่งที่มาของโภชนาการในชายหาดและเนินทราย

รายละเอียดเพิ่มเติม : www.koh-samet.org

สบู่รักษาสิวผิวหน้าเด้งสวยเนียนใสทุกวัน

ตามการสำรวจล่าสุดปิโตรเคมีไตรเอสเทอร์ของกรดไขมันกลีเซอรีนและสารอัลคาไลน์อื่น ๆ อีกหลายชนิดที่อยู่ในสบู่รักษาสิวที่จัดเก็บซื้อมากที่สุดจะเป็นตัวก่อให้เกิดอาการแพ้ผิวหนัง ปิโตรเคมียังสามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังผ่านกระบวนการดูดซึมและสะสมในเนื้อเยื่อเบื้องต้นซึ่งต่อมาทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อตับและสมอง นอกจากนี้สบู่ที่มีความเป็นด่างสูงสามารถทำให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบได้ สารเคมีเหล่านี้มีอยู่ในสบู่รักษาสิวส่งผลกระทบต่อเด็ก ๆ ได้ง่ายเนื่องจากผิวเรียบเนียนไม่สามารถทนต่อสารเคมีที่มีฤทธิ์สูงได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการปกป้องสุขภาพของครอบครัวของคุณจากสบู่ที่มีพิษสูง อย่างไรก็ตามเมื่อคุณเริ่มทำสบู่รักษาสิวที่บ้านคุณสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ได้

คุณรู้หรือไม่ว่าการทำสบู่รักษาสิวต้องการการลงทุนน้อยมาก หลาย ๆ คนซื้อสบู่จากร้านค้าที่อาจมีราคาแพงและสร้างความเสียหายกับผิวของคุณเมื่อพวกเขาสามารถทำสบู่รักษาสิวที่บ้านได้ คุณสามารถประหยัดเงินเป็นจำนวนมาก ส่วนผสมและอุปกรณ์จากธรรมชาติสำหรับทำสบู่รักษาสิว เช่น สบู่ที่มีจำหน่ายในราคาที่สมเหตุสมผล ปัจจุบันหลายคนพบว่าพวกเขาไม่สามารถจ่ายบางส่วนของกิจกรรมที่พวกเขาชื่นชอบในวันสุดสัปดาห์ แต่ตอนนี้คุณสามารถเพลิดเพลินกับการทำสบู่พร้อมกับเพื่อนและครอบครัวภายในบ้านของคุณ คุณสามารถดำเนินการแข่งขันและมอบรางวัลให้กับผู้ที่ทำสบู่รักษาสิวที่น่าสนใจและมีกลิ่นหอมมากที่สุด นอกจากนี้หนึ่งในคุณสมบัติที่น่าสนใจของการทำสบู่คือคุณสามารถเพิ่มสีและกลิ่นสบู่รักษาสิวตามความชอบส่วนตัวของคุณ เป็นงานอดิเรกที่สนุกและสร้างสรรค์

น้ำมันหอมระเหยเป็นยาทางเลือกที่ใช้น้ำมันหอมระเหยที่ได้จากพืชเพื่อผ่อนคลายจิตใจช่วยให้กล้ามเนื้อกระตุกช่วยเพิ่มกระบวนการหายใจและอื่น ๆ คุณสามารถรวมน้ำมันหอมระเหยในสบู่รักษาสิวเพื่อเพิ่มประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เพิ่มเพียงไม่กี่หยดขณะทำสบู่รักษาสิวเนื่องจากความเข้มสูงของน้ำมันหอมระเหย

รายละเอียดเพิ่มเติม : www.adayfusionsoap.com

#สบู่รักษาสิว

จากเนปาลมุ่งสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์

mount_everest_as_seen_from_drukair2_plw_edit

หากพูดถึงเนปาลละก็สิ่งหนึ่งที่หลายท่านคงนึกถึงก็คือ เขาเอเวอเรสต์ สิ่งหนึ่งที่เหล่าบรรดานักปีนเขาต้องการไปท้าทายตัวเองรวมถึงท้าทายแรงดึงดูดของโลกบนนั้น เพราะการที่จะขึ้นไปบนยอดเขาเอเวอร์เรสต์นั้นได้เป็นสิ่งที่มหาโหดมาก เพราะด้วยอากาศที่บางเบาและความหนาวเหน็บบนยอดเขาที่อาจจะฆ่าชีวิตได้ทุกเมื่อ

เอเวอเรสต์ ยอดเขาหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเกิดจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียนและแผ่นเปลือกโลกอินเดีย ในทางภูมิรัฐศาสตร์ ยอดเขาเอเวอเรสต์ถือเป็นจุดแบ่งพรมแดนระหว่างประเทศเนปาลและทิเบต โดยชาวเนปาลเรียกยอดเขาเอเวอเรสต์ว่า “สครมาตา” ซึ่งหมายถึงมารดาแห่งท้องสมุทร ส่วนชาวทิเบตขนานนามยอดเขาแห่งนี้ว่า “โชโมลังมา” ซึ่งหมายถึง มารดาแห่งสวรรค์

ชื่อของยอดเขาเอเวอเรสต์นั้น ตั้งโดย เซอร์แอนดรูว์ วอ นักสำรวจประเทศอินเดียชาวอังกฤษ เพื่อเป็นเกียรติแก่ เซอร์จอร์จ อีฟเรสต์ นักสำรวจประเทศอินเดียรุ่นก่อนหน้า

เรื่องของความเชื่อก่อนที่จะทำการปีนเขานั้น ชาวเนปาลจะจัดพิธีบวงสรวงเทพยดาแห่งขุนเขา ซึ่งเป็นการขอขมาและบูชาเทพธิดา “สักการะมาถา” ซึ่งเป็นชื่อของยอดเขาเอเวอเรสต์ แปลว่า พระแม่ผู้เป็นเจ้า

ยอดเขาเอเวอเรสต์มีความสูงจากระดับน้ำทะเลมาก จึงทำให้มีความกดอากาศต่ำ มีอากาศหนาวเย็นจับใจในช่วงหน้าหนาว มีหิมะปกคลุมยอดเขาตลอดทั้งปี เส้นทางที่กว่าจะเข้าไปถึงบริเวณเบส แคมป์ มีความสูงประมาณ 5,364 เมตรจากระดับน้ำทะเล ของทางฝั่ง เมื่อบรรดานักปีนเขาขึ้นไปบนเขายิ่งสูงเท่าไหร่ความกดอากาศก็ยิ่งต่ำ มีออกซิเจนน้อย ลมพัดแรงมาก หากโชคไม่ดีก็อาจจะเจอกับพายุหิมะ ซึ่งนั่นอาจหมายถึงการสูญเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

ข้อควรระวังในการไปเที่ยวเนปาล

nepal

ไฮไลท์ของ เนปาล คือความสวยงามของเทือกเขาหิมาลัยและ สถาปัตยกรรม นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเนปาลเกือบทั้งหมดจึงมีเป้าหมายไปชมความสวยงามของ ธรรมชาติ ความสวยงามของเทือกเขาหิมาลัย ความสวยงามของวัดและวังที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรม

บางคนไปไหว้พระที่สวนลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธองค์ ขณะเดียวกันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่คนไทยไม่คุ้นเคย การเตรียมตัวด้วยการศึกษาข้อมูลและเรียนรู้สิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ควรระมัด ระวังเป็นเรื่องจำเป็น

ความสวยงามของเทือกเขาหิมาลัยจะเห็นตั้งแต่เครื่องบินบินเข้าไปในเขตแดน เนปาล ทั้งนี้จะเห็นเทือกเขาหิมาลัยรวมทั้งยอดเขาเอเวอเรสต์ไกลๆ จากหน้าต่าง ของเครื่องบิน เพื่อได้เปรียบในการชมหิมาลัยขาไปควรเลือกที่นั่งด้านขวาและขากลับควรนั่ง ด้านซ้ายเพราะจะได้เห็นหิมาลัยยิ่งใกล้กว่านั้นอีก

เมื่อออกจากอาคารผู้โดยสารอาจมีผู้ใจบุญมาช่วยยกกระเป๋าให้หรือช่วยเข็น กระเป๋าให้ เมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ให้

ปฎิเสธไปแต่แรกๆ มิเช่นนั้นท่านจะเดือดร้อนเพราะพวกนี้จะขอค่าแรงทีหลัง

นอกจากนี้ท่านอาจเจอพวกแท็กซี่เข้ามารุมล้อมท่าน เจอแบบนี้ให้ใจเย็นๆไว้และเลือกคันใดคันหนึ่งแล้วต่อรองให้เปิดมิเตอร์ก่อน ขึ้นรถ เปิดมิเตอร์ไปกาฐมาณฑุไม่เกิน 300-350 รูปี แต่หลัง 1 ทุ่มอัตราค่าโดยสารอาจแพงกว่านี้ วิธีที่ดีที่สุดคือไปแท็กซี่ของสนามบิน อัตราค่าโดยสารอาจแพงกว่าแท็กซี่ทั่วไปแต่สบายใจกว่า

ดังที่ทราบกันดีคือกาฐมาณฑุเป็นหุบเขาและมีฝุ่นเยอะ ควันรถก็เยอะพอสมควร ท่านจึงควรจะติดผ้าปิดปากไปด้วย เอาไปหลายผืนก็ดี เวลาเดินเที่ยวท่านอาจรำคาญพวกตามตื้อขายของ วิธีการแก้ปัญหาคือไม่ให้ความสนใจแต่แรกๆ ปฎิเสธไปแต่เนิ่นๆ ถ้าท่านทำตัวสนใจแต่แรก พวกเขาจะตามตื้อท่าน ตื้อจนท่านอาจรำคาญและไม่มีสมาธิชมความสวยงามของเมือง พวกตื้อขายของไม่ใช่คนพื้นเมือง

สำหรับคนที่ไปเที่ยวเองหากคิดจะไปหาโรงแรมที่นั่นด้วยวิธีเข้าไปถามราคาใน โรงแรมหรือเกสต์เฮาส์ อย่าดูแต่ราคามากเกินไป บางที่ราคาถูกมากไปนั้นท่านอาจนอนไม่หลับทั้งคืน อีกวิธีหนึ่งคือควรจองโรงแรมผ่านเว็บไซด์

ส่วนคนที่อยากไปเทร็กกิ้งนั้นควรไปกับไกด์โดยผ่านบริษัทบริการเทร็กกิ้ง เพราะบางครั้งไว้ใจไกด์ผีไม่ได้และไปเองอาจหลงทางได้

สำหรับท่านผู้หญิงที่ไปเที่ยวเองระวังคนแปลกหน้าที่พยายามเข้ามาตีสนิท ส่วนท่านผู้หญิงที่ชอบช็อปปิ้งควรมีการต่อราคาให้มากๆแต่อย่าให้น่าเกลียดเกินไปก็แล้วกัน

รวบรวมที่เที่ยวอันมีชื่อเสียงของประเทศเนปาล

mixnepal

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เนปาล เป็นดินแดนที่อยู่ในอ้อมกอดของขุนเขาและธรรมชาติอันสวยงาม ไม่ว่าใครที่ได้ไปสัมผัสที่เนปาลต่างก็ต้องหลงใหลให้กับประเทศนี้ ซึ่งล้วนแต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามที่ต้องเห็นกันให้ได้ด้วยตาตัวเองสักครั้ง จะมีที่ไหนบ้างไปชมกันเลยค่ะ

1. เอเวอร์เรสต์ เบส แคมป์ (Everest Base Camp)

เป็นยอดเขาที่นักปีนเขาทั่วโลกอยากจะพิชิตให้ได้ เพราะเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลมากถึง 8,848 เมตร และยังมียอดเขาอื่นๆ อยู่ในแนวเทือกเขาหิมาลัยอันสวยงามอีกมากมาย ซึ่งเส้นทางพิชิตเอเวอร์เรสต์ยอดนิยมก็คือเส้นทางจากเมือง Lukla ประเทศเนปาล โดยนักท่องเที่ยวสามารถที่จะนั่งเครื่องบินไปลงที่เมือง Lukla แล้วเดินเท้าต่อขึ้นไปยังเอเวอร์เรสต์ เบส แคมป์ ซึ่งเส้นทางท่องเที่ยวแบบนี้ต้องมีใจรักการผจญภัยและร่างกายแข็งแรงพอสมควร

2. สวยัมภูวนาถ (Swayambhunath Stupa)

เป็นเจดีย์เก่าแก่ อายุมากกว่า 2,000 ปี ตั้งอยู่บนยอดเขาอย่างสวยงาม โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ 365 ขั้น ซึ่งตัวฐานเจดีย์ด้านล่างสุดจะมีสีขาวโดดเด่น และมียอดเจดีย์สีทองสง่างาม เอกลักษณ์ของเจดีย์แห่งนี้อยู่ที่ฐานตรงกลางจะมีรูปดวงตาอยู่ทั้ง 4 ด้าน ซึ่งคนเนปาลเรียกกันว่าดวงตาเห็นธรรม ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นดวงตาของพระพุทธเจ้านั่นเอง

3. เมืองภักตะปูร์ (Bhaktapur)

ตั้งอยู่ห่างจากเมืองกาฐมาณฑุไปทางทิศตะวันตกเพียงแค่ 20 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นเมืองที่สำคัญอีกเมืองหนึ่งของเนปาล เพราะเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมาย จุดศูนย์กลางที่ใครๆ ต้องมาเยือนก็คือ Bhaktapur Durbar Square บริเวณนี้จะมีอาคารบ้านเรือนและศาสนสถานที่สำคัญตั้งอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือเทวาลัย 5 ชั้น ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระนางลักษมี

4. เมืองโพคารา (Pokhara)

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองกาฐมาณฑุ ห่างกันประมาณ 200 กิโลเมตร เป็นเมืองที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกเมืองหนึ่งของเนปาล ด้วยมีธรรมชาติที่สวยงาม ทิวทัศน์ของหุบเขาสูงใหญ่ ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวสะท้อนเงาลงสู่ทะเลสาบในเมืองโพคาราอย่างงดงาม พร้อมกับบรรยากาศเงียบสงบ เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวอยากจะมาสัมผัสกันให้ได้สักครั้ง

5. เมืองกาฐมาณฑุ

ไม่ว่าใครจะมาเที่ยวเนปาลก็ต้องห้ามพลาดที่จะมาเยือนเมืองกาฐมาณฑุ เพราะที่นี่คือจุดศูนย์รวมทั้งการค้า การเดินทาง วัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ซึ่งเราจะเห็นโบราณสถานที่สวยงามตั้งอยู่ในเมืองกาฐมาณฑุมากมาย สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อาทิ ย่าน Thamel , Kathmandu Durbar Square เป็นต้น

เที่ยวเมืองโพคารามนต์เสน่ห์แห่งเนปาล

เนปาล ดินแดนที่อยู่ในอ้อมกอดของขุนเขาและธรรมชาติอันสวยงาม ไม่ว่าใครได้ไปสัมผัสเนปาลต่างก็ต้องหลงใหลและมอบหัวใจให้กับเนปาลไปอย่างง่ายดาย ดั่งต้องมนตร์เสน่ห์ให้อยู่ในสวรรค์แสนสวยจนไม่อยากจะกลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริงกันเลยทีเดียว วันนี้เราจึงได้รวบรวมที่เที่ยวอันมีชื่อเสียงของประเทศเนปาลมาฝากกัน ซึ่งล้วนแต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามที่ต้องไปเห็นกันให้ได้ด้วยตาตัวเองสักครั้ง จะมีที่ไหนบ้างไปชมกันเลยค่ะ

Natural beauty of pokhara, nepal

เมืองโพคารา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองกาฐมาณฑุ ห่างกันประมาณ 200 กิโลเมตร เป็นเมืองที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกเมืองหนึ่งของเนปาล ด้วยมีธรรมชาติที่สวยงาม ราวกับดินแดนในเทพนิยายเลยทีเดียว ทิวทัศน์ของหุบเขาสูงใหญ่ ปกคลุมด้วยหิมะสีขาว สะท้อนเงาลงสู่ทะเลสาบในเมืองโพราคาอย่างงดงาม พร้อมกับบรรยากาศเงียบสงบ เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวอยากจะมาสัมผัสกันให้ได้สักครั้ง ซึ่งนอกจากธรรมชาติที่สวยงามแบบสุด ๆ แล้ว วิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ยังเรียบง่าย น่าประทับใจมาก ๆ อีกด้วย

หุบเขาโปรขระ โภครา หรือโพคารา (Pokhara Valley) เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางทิศตะวันตก 200 กิโลเมตร โดยสามารถไปได้ทั้งทางอากาศและทางรถยนต์ ทั้งยังเป็นเมืองชายแดนติดกับประเทศอินเดียอีกด้วย โดยมียอดเขาซารางกอตเป็นเทือกเขาใหญ่ และที่เมืองโปขระเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 2 รองจากกาฐมาณฑุจากที่นี่จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่งดงามของเธาละคีรี (Dhanulagiri) มนะสลู (Manaslu) มัชฉาปุรณะ (Machhapuchher) และยอดเขาอรรณาปุรณะ (Annapurana) ทั้ง 5 ยอด เป็นเมืองแห่งมนต์เสน่ห์ท่ามกลางวงล้อมของหุบเขาอรรณาปูรณะ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 827 เมตร และเป็นจุดชมความงดงามของเทือกเขาหิมาลัยได้ใกล้ที่สุดเนื่องจากห่างจากบริเวณเทือกเขาแค่ 30 กิโลเมตร และที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นการเดินขึ้นเขาเพื่อพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกคือเอเวอเรสต์

ท่องเที่ยวเนปาลยอดเขาหิมาลัย

เช้าตรู่สูดอากาศยามเช้าที่สดชื่นและใสสะอาด เก็บภาพความสวยงามของแสงอาทิตย์ที่สาดส่องตัดกับหิมะขาวนวลที่ปกคลุมเทือก เขาหิมาลัยทอดตัวยาวละเลียดบ่งบอกถึงเส้นขอบฟ้าและพื้นดินของยอดเขา เอเวอเรสต์ เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามมากจนไม่อาจจะกะพริบตาได้

“เทือกเขานากาก๊อต” อยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,164 เมตร จากทิศตะวันออกของหุบเขานี้ จะสามารถมองเห็นภูเขาหิมาลัยโดยรอบ ซึ่งประกอบด้วยยอดเขา 5 ยอด จากจำนวน ยอดเขา 10 ยอดที่สูงที่สุดในโลก ได้แก่ ภูเขาเอเวอเรสต์ (Everest) โลดเส (Lhotse) โชยู (Cho Yu) มาลาคู (Makala) และมานาสรู (Mamaslu)

เทือกเขานากาก๊อต (Nagarkot) จุดชมวิวหิมาลัยที่อยู่ใกล้ตัวเมืองหลวงที่สุด ซึ่งตั้งอยู่บนยอดขอบกระทะของหุบเขากาฐมาณฑุ บนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามโรแมนติกของเทือกเขาหิมาลัยตลอดแนวตั้งแต่ฝั่ง ตะวันออกจรดฝั่งตะวันตก ซึ่งมีแนวทิวเขายาวนับพันกิโลเมตร

ในวันที่อากาศดีจะได้เห็นภาพ “ยอดเขาเอเวอเรสต์” ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกอย่างชัดเจน จากที่พักที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาหันหน้าเข้าสู่แนวเทือกเขาหิมาลัย ท่ามกลางภาพแห่งความทรงจำในยามพระอาทิตย์อัสดงลับขอบฟ้าที่เทือกเขาหิมาลัย เมืองปาทัน ที่ตั้งของพระราชวังเมืองปาทัน นครแห่งหุบเขามรดกโลก เมืองแห่งศิลปะและหัตถศิลป์

จัตุรัสดูร์บาร์ อยู่ใจกลางเมืองเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวและ เมืองภักตาปูร์ (Bhaktapur) ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกใน พ.ศ. 2522 นครแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 โดย พระเจ้าอานนท์ มัลละ ในอดีตเคยเป็นราชธานีในหุบเขา เป็นเมืองที่เจริญบนเส้นทางการค้าสู่ทิเบต เป็นพระราชวังโบราณในสมัยศตวรรษที่ 16-18

ความรู้และข้อมูลต่างๆของประเทศเนปาลในสมัยอดีต

16

ประเทศเนปาลเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลในเอเชียใต้ บริเวณเทือกเขาหิมาลัย มีพรมแดนติดกับทิเบตของจีน และประเทศอินเดีย เนปาลเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบราชาธิปไตยมาเป็นระบอบสาธารณรัฐในปีพ.ศ. 2550 โดยก่อนปีพ.ศ. 2549 เนปาลเคยเป็นรัฐเดียวในโลกที่มีศาสนาฮินดูเป็นศาสนาประจำชาติ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของเนปาลระบุให้ประเทศเป็นสาธารณรัฐโลกวิสัย นอกจากศาสนาฮินดูที่คนเนปาลส่วนใหญ่นับถือแล้ว เนปาลยังเป็นที่ตั้งของศาสนสถานสำคัญของพุทธศาสนา คือลุมพินีวัน ที่ประสูติของพระโคตมพุทธเจ้า

ก่อนปีพ.ศ. 2311 หุบเขากาฐมาณฑุแบ่งออกเป็นสามอาณาจักร จนกระทั่งผู้นำเผ่ากุรข่า ปฤฐวี นารายัณ ศาห์ สามารถรวบรวมอาณาจักรในหุบเขาเข้าด้วยกัน และหลังจากนั้นได้ทำสงครามขยายอาณาเขตออกไป จนในปีพ.ศ. 2357-พ.ศ. 2359 เกิดสงครามอังกฤษ-เนปาล กองทัพกุรข่าพ่ายแพ้ ต้องทำสนธิสัญญาและจำกัดอาณาเขตเนปาลเหลือเท่าปัจจุบัน ในปีพ.ศ. 2491 ชัง พหาทุระ รานา ซึ่งเป็นขุนนางในประเทศ ยึดอำนาจจากราชวงศ์ศาห์ โดยยังคงราชวงศ์ศาห์ไว้เป็นประมุขแต่ในนาม ตระกูลรานาได้รับการสนับสนุนจากสหราชอาณาจักร เนปาลได้ส่งกองทัพเข้าร่วมกับกองทัพบริเตนในหลายสงคราม ทำให้สหราชอาณาจักรทำสนธิสัญญามิตรภาพกับเนปาลในปีพ.ศ. 2466 ซึ่งในสนธิสัญญานี้ สหราชอาณาจักรได้ยอมรับเอกราชของเนปาลอย่างชัดเจน ในปีพ.ศ. 2494 เกิดการต่อต้านการปกครองของตระกูลรานา นำโดยพรรคเนปาลีคองเกรสและกษัตริย์ตริภุวัน ทำให้โมหัน สัมเสระ ชัง พหาทุระ รานา ผู้นำคนสุดท้ายของตระกูลรานาคืนอำนาจให้แก่กษัตริย์ศาห์ และจัดการเลือกตั้ง

หลังจากเนปาลได้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยในช่วงสั้นๆ โดยจัดการเลือกตั้งครั้งแรกในปีพ.ศ. 2502 แต่กษัตริย์มเหนทระได้ยุบสภา ยึดอำนาจในปีพ.ศ. 2503 และใช้ระบอบปัญจายัตแทน จนมาถึงการปฏิรูปการปกครองในปีพ.ศ. 2533 ทำให้เปลี่ยนจากระบอบปัญจายัต ที่ห้ามมีพรรคการเมือง มาเป็นระบอบรัฐสภาแบบพหุพรรค ในปีพ.ศ. 2539 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งเนปาล ได้เปิดฉากสงครามประชาชน มีเป้าหมายที่จะสถาปนาสาธารณรัฐสังคมนิยมขึ้นแทนระบอบราชาธิปไตย นำมาซึ่งสงครามกลางเมืองซึ่งกินเวลายาวนานถึงสิบปี ในปีพ.ศ. 2544 เกิดเหตุสังหารหมู่ในพระราชวัง โดยเจ้าชายทิเปนทระ มกุฎราชกุมารในสมัยนั้น และกษัตริย์ชญาเนนทระได้ขึ้นครองราชสมบัติแทน ในปีพ.ศ. 2548 กษัตริย์ชญาเนนทระได้ยึดอำนาจจากรัฐบาล นำมาซึ่งการประท้วงจากประชาชนและพรรคการเมืองในเวลาต่อมา จนต้องคืนอำนาจให้กับรัฐสภา รัฐสภาเนปาลได้จำกัดพระราชอำนาจของกษัตริย์ และให้เนปาลเป็นรัฐโลกวิสัย

ทำไมถึงต้องไปเที่ยวเนปาลหลังแผ่นดินไหว

1.ประเทศเนลปาลยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามเหมือนเดิม แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว แต่ประเทศเนลปาลยังคงมีความงดงามเหมือนเดิมที่พร้อมจะตอนรับนักท่องเที่ยวตลอดเวลา

2.มันคุ้มค่าที่จะไปท่องเที่ยวประเทศนี้ ด้วยเนปาลเป็นประเทศที่โรงแรม และร้านอาหารหลากหลายร้านให้พวกเราได้เลือกสรรและยังจ่ายน้อยกว่าปกติด้วยความที่ประเทศกำลังฟื้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ราคาอะไรหลายๆอย่างอาจจะยังไม่สูงมากนัก

3.คุณจะได้เห็นอีกมุมหนึ่งของชาวบ้าน ยามที่คุณไปถึงเมืองนี้คุณจะได้พบกับความมีน้ำใจของชาวบ้านที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามหลังเกิดเหตุการณ์แบบนี้

4.เนปาลจะกลับสู่ปกติอีกครั้ง Back to Basic ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะหวนกลับคืนสู่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้นมาอีกเหมือนเดิม

5.เนปาลยังต้องการคุณ ถ้าคุณรักประเทศนี้คุณจะต้องกลับไปซ้ำอีกแน่นอนเพราะความสวยงามไม่เคยจางหายจากประเทศแห่งนี้

6.ผู้คนยังน้อยนักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ ที่พักยังมีให้เลือกอีกมาก ปัญหาในเมืองส่วนใหญ่ที่พักจะเต็มเร็วเพราะเนปาลเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการปืนเขามากที่สุดมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากยังหลงใหลสถานที่แห่งนี้

7.ความสนุกเกิดจากการเป็นอาสาสมัครและได้เพื่อนใหม่ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนใหญ่ต้องการมีส่วนร่วมในการเป็นอาสาระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวของพวกเขาเช่น การช่วยเหลือเด็กโดยการเป็นครูสอนที่โรงเรียน สร้างบ้านพักชั่วคราว มีส่วนร่วมในองค์กรการกุศลหรือจะช่วยทำการเกษตรกับครอบครัวชาวเนปาล เพื่อนๆก็สามารถไปสัมผัสได้

8.คุณยังสามารถช่วยบูรณะซ่อมแซมเมืองได้ โดยอาจจะเป็นอาสาสมัครช่วยโดยตรงหรือช่วยอุดหนุนสินค้าท้องถิ่นของชาวบ้านก็จะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะส่งเสริมชาวบ้านให้มีรายได้เหมือนกัน

9.มันชัดเจนมากที่จะเรียกว่า “โศกนาฎกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว” นี่เรียกว่า “ภัยพิบัติของนักท่องเที่ยว”เพราะแผ่นดินไหวได้ทำลายสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆเช่น จัตุรัสกาฐมาณฑุ ดูร์บาร์ หลายๆอย่างเสียหายเป็นอย่างมากเหมือนกับที่ อเมริกา พายุเฮอริเคน คาตาริน่า และการระเบิดของภูเขาไฟ ในสถานที่ต่างๆ

10.ฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะมาถึง เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับเนปาลเพราะช่วง high season ที่สุดคือช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใครอยากได้รูปสวยๆต้องไปช่วงนี้เลย

11.การออกเดินทางท่องเที่ยวก็เหมือนการค้นหาตัวเองในอีกรูปแบบ นักท่องเที่ยวทุกคนจะรู้สึกแตกต่างขณะที่ได้มาเนปาลเพราะมันจะช่วยเติมเต็มชีวิตให้กับคุณ

12.ภูเขาหลายๆลูกกำลังรอให้พวกคุณขึ้นไปหาอยู่ ชาวบ้านยังต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ไปปืนเขาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เกิดเหตุการณ์อะไรก็ตาม ชาวบ้านท้องถิ่นก็ยังที่จะใช้วิถีชีวิต ปกติเหมือนเดิม

ประเทศเนปาลยังมีอะไรให้น่าค้นหาอีกเยอะครับ ถ้าใครยังไม่ได้ไปสักครั้งหนึ่งในชีวิต

มรดกโลกแห่งเนปาล ที่เหลือเพียงภาพในความทรงจำ

เป็นที่ทราบกันดี ว่าเหตุการณ์ใหญ่ในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหว 7.9 แมกนิจูด ในอาณาเขตของกรุงกาฐมานฑุ ประเทศเนปาล และบริเวณโดยรอบ ทำให้มีผู้เสียชีวิตทะลุ 3,000 คน แล้ว และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สร้างความเสียหายภายในเมืองเป็นอย่างมาก ซ้ำร้ายไปกว่านั้นหลายสถานที่แลนมาร์กสำคัญแห่งกรุงกาฐมานฑุ เช่น หอคอยดาราห์รา หรือวัดมายุเดวัล พลอยได้รับผลกระทบถล่มครืนลงมา เหลือแต่ซากปรักหักพัง ชาวเมืองและชาวโลกต่างโศกเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก แต่ยังโชคดีที่บางสถานที่ได้รับความเสียหายบ้าง แต่ไม่ทั้งหมด

ทั้งนี้ คาดว่าจะมี After Shock ตามมาอีกหลายระลอก เราขอพาทุกท่านย้อนรอยไปชมความยิ่งใหญ่ของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ มรดกโลกแห่งเนปาล

1. หอคอยดาราห์รา (Dharahara Tower)
หอคอยดาราห์รา หรือ Dharahara Tower ซึ่งเป็นอาคารสูง 9 ชั้น ตั้งอยู่ในกรุงกาฐมาณฑุ ของเนปาล โบราณสถานเก่าแก่อายุกว่า 150 ปี ที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 หรือสร้างในปี พ.ศ. 2375 ตั้งอยู่ที่จตุรัสเดอร์บาร์ ในเขตเมืองเก่าของกรุงกาฏมาณฑุ น่าใจหาย ที่เราจะไม่ได้เห็นทิวทัศน์อันงดงามแบบนี้ไปอีกนาน

2. วัดมาจู เดวัล (Maju Deval Temple)

วัดมาจู เดวัล (Maju Deval Temple) สร้างในปี พ.ศ. 2233 ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก้ให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก ตั้งอยู่ในพื้นที่จตุรัสดูร์บาร์ ในกาฐมาณฑุ โดยในบริเวณนั้นเต็มไปด้วยปราสาท วัด และวิหารอีกจำนวนมาก ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต้องมา ยามได้เยือนเนปาล

3. จัตุรัสปะฏัน ดูร์บาร์

เมืองปะฏัน หรือเมืองปาทาน เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำพัคมาตี อยู่ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 5 กิโลเมตร สร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ช่วงศตวรรษที่ 3 ปะฏันได้ชื่อว่าเป็นเมืองคู่แฝดของกรุงกาฐมาณฑุได้รับการขนานนามว่าเมืองแห่งความงาม เป็นเมืองที่รู้จักกันในนามของเมืองแห่งศิลปะ โดยมีจัตุรัสปะฏัน ดูร์บาร์ และพระราชวังปะฏันเป็นศูนย์กลาง

4. สถูปสวะยัมภูนาถ

สถูปสวะยัมภูนาถ หรือ วัดลิง เป็นเจดีย์ของชาวพุทธที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก กล่าวกันว่าน่าจะมีอายุถึง 2,000 ปีเลยทีเดียว สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้ามานะเทวะ ในปี พ.ศ. 936 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด คือส่วนตรงฐานของสถูปซึ่งมีดวงตาเห็นธรรมของพระพุทธเจ้าอยู่โดยรอบทั้ง 4 ด้าน

เป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่สองสถานที่แรก จะเหลือเพียงแค่ภาพแห่งความทรงจำ และคงอีกนานหลายปี กว่าที่เมืองแห่งนี้จะกลับมางดงามอีกครั้ง ส่วนมูลค่าความเสียหายโดยรวม ยังคงต้องรอการสรุปที่แน่นอนต่อไป การท่องเที่ยวถือเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของเนปาล และนำรายได้มาจากต่างประเทศมากที่สุด แล้วทีนี้พวกเขาจะทำอย่างไรต่อไป มาร่วมส่งแรงใจไปให้พวกเขากัน

เร่งฟื้นฟูเนปาลหลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว 7.9 แมกนิจูด

1430464418162
จากเหตุการณ์แผ่นดินของประเทศเนปาลที่ผ่านมา โดยแผ่นดินไหวในครั้งนี้มีความรุนแรงและสั่นสะเทือนมากถึง 7.9 แมกนิจูด ไม่เพียงแต่คร่าชีวิตผู้คนไปนับพัน แต่โบราณสถานซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมก็ถล่มราบจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้เชื่อว่าขณะนี้มีความร่วมมือกันจากหลายประเทศในการระดมสรรพกำลังเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเนปาล รวมถึงช่วยเหลือคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ที่นั่นด้วย ส่วนในเรื่องโบราณสถานศาสนสถานของฮินดูตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆก็พบว่าเสียหายอย่างหนักจนประเมินค่าไม่ได้ เพราะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่ไม่สามารถปลูกสร้างทดแทนได้

สำหรับการฟื้นฟูบูรณะประเทศ หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ระลอก สร้างความเสียหายมหาศาลทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยรัฐบาลสามารถจัดสรรเงินจากคลังของรัฐ 200 ล้านดอลลาร์ ส่วนที่เหลือต้องขอความช่วยเหลือจากประชาคมโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศผู้บริจาคและภาคเอกชน แผ่นดินไหวทั้ง 2 ครั้งสร้างความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภคและการพัฒนาของประเทศยากจนแห่งเทือกเขาหิมาลัยเป็นอย่างมาก จนถึงขณะนี้กว่า 20 ประเทศได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเนปาล ทางด้านการค้นหาและกู้ภัย รวมทั้งบรรเทาทุกข์

จากสถานการณ์แผ่นดินไหวทำให้สถูปสวยัมภูนาถซึ่งเป็นศาสนสถานที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดตามความเชื่อของชาวเนปาลเสียหายบางส่วน แต่ก็มีเจดีย์และรูปปั้นบางองค์ที่เหลือรอดมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ อย่างไรก็ตามโบราณวัตถุล้ำค่าเหล่านี้กำลังเสี่ยงตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพ หรือไม่ก็ผู้ศรัทธาที่หวังจะได้เศษชิ้นส่วนอันศักดิ์สิทธิ์กลับไปเป็นเครื่องรางนำโชคหลังเผชิญภัยพิบัติร้ายแรง ซึ่งปัญหาการลักลอบขโมยงานศิลปะเกิดขึ้นแพร่หลายในเนปาลอยู่แล้ว แต่เศษโบราณวัตถุจากวัดสวยัมภูนาถเป็นเสมือนขุมทรัพย์สำหรับพวกโจรมืออาชีพที่จะนำของไปขายทอดตลาดในต่างประเทศ ดังนั้นคณะผู้เชี่ยวชาญและอาสาสมัครจึงต้องถ่ายภาพและจัดทำบัญชีหมวดหมู่โบราณวัตถุที่พบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในความสูญเสียครั้งใหญ่ยังพอมีข่าวดีอยู่บ้าง เพราะสถูปสีขาวที่มีรูปดวงตาเห็นธรรมซึ่งเป็นดั่งสัญลักษณ์ของวัดไม่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว และยังมีการค้นพบโบราณวัตถุแปลกๆ เช่น รูปปั้นขนาดเล็กคล้ายตุ๊กตาบาบุชกาของรัสเซียที่ซ่อนอยู่ในเจดีย์องค์หนึ่งซึ่งถล่มลงมา รวมถึงเหรียญที่มีจารึกภาษาเปอร์เซีย ซึ่งสร้างความตื้นเต้นต่อบรรดานักประวัติศาสตร์ไม่น้อย

สถานที่ท่องเที่ยวในเนปาลที่มีความสำคัญต่อประเทศ

เนปาลเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายและโดดเด่นทางด้านภูมิศาสตร์และชีววิทยา กล่าวคือ เนปาลมีพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 60 เมตร จนถึงจุดสูงสุดของโลก คือยอดเขา Everest นอกจากนี้ยังมีสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างไปทุกระยะ 150 กิโลเมตร ทำให้เนปาลมีระบบนิเวศที่สวยงาม ตั้งแต่เทือกเขา ป่าเมืองร้อน สัตว์ป่า แม่น้ำเชี่ยวกราก และหุบเขา นอกจากนี้ เนปาลเป็นประเทศที่รวมผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติ และหลายชนเผ่า จึงทำให้มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม ประเพณี ซึ่งล้วนเป็นวัฒนธรรม ประเพณี และเทศกาลที่มีสีสัน

สถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆ ในเนปาล
– Kathmandu Valley – เป็นสถานที่รวบรวมมรดกทางวัฒนธรรมที่สวยงามของเนปาลเอาไว้มากมาย เนื่องจาก Kathmandu Valleyเป็นแหล่งวัฒนธรรม Newari ในอดีตชนเผ่าเนวาร์อาศัยอยู่ที่หุบเขาแห่งนี้และได้สร้างอารยธรรมที่สำคัญขึ้น ใน 3 เมือง ได้แก่ Kathmandu, Patan และ Bhaktapur ซึ่งศิลปะของชาวเนวาร์ที่ได้สร้างไว้ ได้แก่ วัดและปราสาทอันงดงามประณีต รูปแกะสลักอันละเอียดอ่อนบนหินและโลหะ ไม้และเสาแกะสลัก โบสถ์ที่แกะสลักและจารึกไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมชาวพุทธ และชุมชนธิเบตที่ได้อพยพเข้ามาในเนปาล
– สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งใน Kathmandu คือ ธาเมล Thamel ซึ่งเป็นศูนย์กลางของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักเพื่อวางแผนเดินทางท่องเที่ยวต่อในเนปาล จึงทำให้ธาเมลเต็มไปด้วยบริษัททัวร์ โรงแรมที่พักตั้งแต่ราคาถูกจนถึงระดับ 5 ดาว ร้านอาหารนานาชาติ ร้านขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว สินค้าพื้นเมือง เสื้อผ้า ร้านอุปกรณ์สำหรับการเดินป่า เดินเขา ร้านหนังสือ และร้านอินเตอร์เน็ต
– Kathmandu Valley ยังมีเมืองตากอากาศที่นักท่องเที่ยวนิยมไปพักผ่อน และชมวิวอีกหลายแห่ง ซึ่งสถานที่ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ได้แก่ นาการ์กอต Nagarkot เมืองเล็กๆ บนเขาที่เงียบสงบ จากที่นี่สามารถชมความงามของยอดเขาที่สำคัญต่างๆ ต่างๆ ทางด้านตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัยได้ตลอดแนว และในวันที่ท้องฟ้าโปร่งจะสามารถมองเห็นยอดเขา Everest ได้อย่างชัดเจน ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวนิยมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก
– เมืองดูลิเคล Dhulikhel เป็นมืองโบราณที่ตั้งอยู่ใน Kathmandu Valley เป็นเมืองของชาวเนวารีที่มีบรรยากาศแบบดั้งเดิม มีทัศนียภาพที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจ ในอดีตเมืองนี้ยังเป็นเส้นทางการค้าในสมัยโบราณไปสู่ธิเบต เนื่องจากอดีตอันยิ่งใหญ่ของเมืองนี้ ทำให้เห็นความสวยงามในอาคารบ้านเรือน งานไม้แกะสลัก ทั้งตามถนนหนทางและในวัด เมืองนี้มีอากาศดีทุกฤดูทำให้นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อน
– Pokhara Valley โพคาราเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่โอบล้อมด้วยเทือกเขา Annapurna จึงเป็นจุดชมวิวเพื่อชมความสวยงามของเทิอกเขาหิมาลัยได้ใกล้ที่สุด จากที่นี่ ท่านสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของยอดเขา Dhaulagiri, Manaslu, Machhapuchhre, Annapura Range เมือง Pokhara เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเนปาลในทุกรูปแบบ ทั้ง Sight-seeing หรือการท่องเที่ยวแนวผจญภัย ไม่ว่าจะเป็น เมร็คกิ้ง ล่องแพ Paragliding เหนือยอดเขาหิมาลัย ที่ Pokhara ยังมีทะเลสาบ Phewa ซึ่งน้ำจืดขนาดใหญ่และมีความสวยงาม นักท่องเที่ยวนิยมล่องเรือเพื่อชมภาพสะท้อนบนทะเลสาบของเทือกเขาหิมาลัย และยอดเขา Macchapuchhre

ประเทศเนปาลเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลในเอเชียใต้ บริเวณเทือกเขาหิมาลัย

11

ประเทศเนปาลเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลในเอเชียใต้ บริเวณเทือกเขาหิมาลัย มีพรมแดนติดกับทิเบตของจีนและประเทศอินเดีย เนปาลเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบราชาธิปไตยมาเป็นระบอบสาธารณรัฐในปีพ.ศ. 2550 โดยก่อนปีพ.ศ. 2549 เนปาลเคยเป็นรัฐเดียวในโลกที่มีศาสนาฮินดูเป็นศาสนาประจำชาติ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของเนปาลระบุให้ประเทศเป็นสาธารณรัฐโลกวิสัย นอกจากศาสนาฮินดูที่คนเนปาลส่วนใหญ่นับถือแล้ว เนปาลยังเป็นที่ตั้งของศาสนสถานสำคัญของพุทธศาสนา คือลุมพินีวัน ที่ประสูติของพระโคตมพุทธเจ้าก่อนปีพ.ศ. 2311 หุบเขากาฐมาณฑุแบ่งออกเป็นสามอาณาจักร จนกระทั่งผู้นำเผ่ากุรข่า ปฤฐวี นารายัณ ศาห์ สามารถรวบรวมอาณาจักรในหุบเขาเข้าด้วยกัน และหลังจากนั้นได้ทำสงครามขยายอาณาเขตออกไป จนในปีพ.ศ. 2357-พ.ศ. 2359 เกิดสงครามอังกฤษ-เนปาล กองทัพกุรข่าพ่ายแพ้ ต้องทำสนธิสัญญาและจำกัดอาณาเขตเนปาลเหลือเท่าปัจจุบัน

ในปีพ.ศ. 2491 ชัง พหาทุระ รานา ซึ่งเป็นขุนนางในประเทศ ยึดอำนาจจากราชวงศ์ศาห์ โดยยังคงราชวงศ์ศาห์ไว้เป็นประมุขแต่ในนาม ตระกูลรานาได้รับการสนับสนุนจากสหราชอาณาจักร เนปาลได้ส่งกองทัพเข้าร่วมกับกองทัพบริเตนในหลายสงคราม ทำให้สหราชอาณาจักรทำสนธิสัญญามิตรภาพกับเนปาลในปีพ.ศ. 2466 ซึ่งในสนธิสัญญานี้ สหราชอาณาจักรได้ยอมรับเอกราชของเนปาลอย่างชัดเจน ในปีพ.ศ. 2494 เกิดการต่อต้านการปกครองของตระกูลรานา นำโดยพรรคเนปาลีคองเกรสและกษัตริย์ตริภุวัน ทำให้โมหัน สัมเสระ ชัง พหาทุระ รานา ผู้นำคนสุดท้ายของตระกูลรานาคืนอำนาจให้แก่กษัตริย์ศาห์ และจัดการเลือกตั้ง

หลังจากเนปาลได้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยในช่วงสั้นๆ โดยจัดการเลือกตั้งครั้งแรกในปีพ.ศ. 2502 แต่กษัตริย์มเหนทระได้ยุบสภา ยึดอำนาจในปีพ.ศ. 2503 และใช้ระบอบปัญจายัตแทน จนมาถึงการปฏิรูปการปกครองในปีพ.ศ. 2533 ทำให้เปลี่ยนจากระบอบปัญจายัต ที่ห้ามมีพรรคการเมือง มาเป็นระบอบรัฐสภาแบบพหุพรรค ในปีพ.ศ. 2539 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งเนปาล (ลัทธิเหมา) ได้เปิดฉากสงครามประชาชน มีเป้าหมายที่จะสถาปนาสาธารณรัฐสังคมนิยมขึ้นแทนระบอบราชาธิปไตย นำมาซึ่งสงครามกลางเมืองซึ่งกินเวลายาวนานถึงสิบปี ในปีพ.ศ. 2544 เกิดเหตุสังหารหมู่ในพระราชวัง โดยเจ้าชายทิเปนทระ มกุฎราชกุมารในสมัยนั้น และกษัตริย์ชญาเนนทระได้ขึ้นครองราชสมบัติแทน ในปีพ.ศ. 2548 กษัตริย์ชญาเนนทระได้ยึดอำนาจจากรัฐบาล นำมาซึ่งการประท้วงจากประชาชนและพรรคการเมืองในเวลาต่อมา จนต้องคืนอำนาจให้กับรัฐสภา รัฐสภาเนปาลได้จำกัดพระราชอำนาจของกษัตริย์ และให้เนปาลเป็นรัฐโลกวิสัย

ข้อมูลเบื้องต้นในการคมนาคมในเนปาลสำหรับการท่องเที่ยว


การท่องเที่ยวในประเทศเนปาล นักท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญเพราะเราเป็นนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะไม่คุ้นเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวและการใช้ภาษาสื่อสาร ดังนั้นการศึกษาเส้นทางก่อนเดินทางจึงเป็นเรื่องสำคัญ เราชาวทัวร์เนปาลจึงได้เขียนบทความนี้เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่ต้องการเดินทางคมนาคมในประเทศกันจ้า
– เดินทางสัญจรภายในประเทศ
เนปาลมีรถไฟเชื่อมระหว่างเมืองชายแดนคือจานักปูร์กับอินเดียเท่านั้น ไม่สามารถอาศัยโดยสารไปยังภูมิภาคอื่นๆของประเทศได้การเดินทางหลักจึงเป็นเพียงทางรถยนต์และทางเครื่องบิน การเดินทางทางรถยนต์ควรเป็นในฤดูร้อนและฤดูหนาว ในระยะที่มีฝนตกและฤดูมรสุมควรต้องหลีกเลี่ยงการเดินทางทางบกเพราะอาจประสบปัญหาเส้นทางขาดเนื่องจากหินถล่มได้
– การเดินทางด้วยเครื่องบิน
สายการบินรอยัลเนปาลมีเครือข่ายการบริการที่ครอบคลุมประเทศเนปาล โดยมีเที่ยวบินไปตาเปลซุง ไพตาที ทาร์ซุลา ภัทราปุร์ ราชพิราช โภชปุรี พาปลู ลุกลา ลามิทาทา ตุมลิงตาร์ รุมจาตาร์ พิรัตนคร เนปาลกุญช์ ชาวร์จาริ สุระเขต โรลปา จุมลา กอลติมเหนทระนครธานคะทิ ชิลกาที ติกาปุร์ และซานเผพาคาร์ นอกเหนือจากสายการบินรอยัลเนปาลแล้วยังมีสายการบินในประเทศอื่นๆ มากกว่า 18 บริษัท ที่ให้บริการการบินสู่จุดหมายปลายทางท้องถิ่นยอดนิยม และมีบริการเฮเลคอปเตอร์ในการช่วยชีวิต การขนย้ายคลังสินค้าหนักและธัญญาหาร การถ่ายภาพทางอากาศ การเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ โดยบริการสายการบิน ภายในประเทศของประเทศเนปาลนั้นขึ้นชื่อ ในด้านความตรงต่อเวลาและน่าเชื่อถือ
– การเดินทางโดยรถไฟ
สถานีรถไฟสายเนปาล ชนักปุร์-ชายานคร เปิดให้บริการการขนส่งสินค้าแช่แข็งและขนส่งผู้โดยสารในแถบด้านตะวันออกของเขตเตไร
– แท็กซี่จ่ายเงินล่วงหน้า
เคาเตอร์สำหรับแท็กซี่ที่จ่ายเงินล่วงหน้าของสนามบินนานาชาติตริภูวัน ตั้งอยู่ตรงข้ามกับช่องทางสีเขียว โดยแท็กซี่มิเตอร์นั้นจะมีป้ายทะเบียนรถสีดำสามารถใช้บริการแท็กซี่มิเตอร์ไปลงย่านศูนย์การค้าของเมืองได้
– เที่ยวบินชมยอดเขา
สายการบินต่างๆในประเทศมีบริการจัดเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำในการชมยอดเขาของเนปาลที่น่าตื่นเต้าสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเปิดให้บริการตลอดทั้งปี
– การเดินทางในเมืองและระหว่างเมือง
สามารถเรียกใช้บริการรถแท็กซี่มิเตอร์ได้อย่างง่ายดาย เพียงสังเกตป้ายแท็กซี่และป้ายทะเบียนสีดำของรถ และยังมีรถเร็วมิเตอร์(สกู๊ตเตอร์ 3 ล้อ) ที่มีราคาถูกกว่ารถแท็กซี่อีกด้วยทั้งนี้ไม่ต้องให้ทิปในการใช้บริการ นอกจากนี้ที่เมืองทั้งสามของหุบเขากาฐมานฑุก็มีบริการรถประจำทาง ท่ารถนั้นจะอยู่ที่คอนคาพู ซึ่งเป็นท่ารถใหม่และพาคบาซาร์ซึ่งเป็นท่ารถเก่า มีบริการรถโดยสารออกเดินทางไปสู่สถานที่อื่นนอกเหนือจากภายในหุบเขาโดยสามารถขึ้นรถได้ที่ท่ารถคอนพู นอกจากนี้ก็ยังมีบริการเช่ารถจักยานเสือภูเขาหรือรถจักรยานยนต์ได้ในราคาย่อมเยา โดยในกรุงกาฐมาณฑุนั้นมีบริการรถยนต์ รถจิ๊ป รถโดยสารขนาดเล็ก และยานยนต์อื่นๆ เพื่อให้เช่าอีกด้วย
– ข้อควรระวัง
ในการนำสิ่งของบางประเภทออกนอกประเทศนั้นอาจเป็นสิ่งต้องห้าม การนำวัตถุโบราณออกนอกประเทศทำได้เฉพาะในกรณีที่ได้รับอนุญาตจากกรมโบราณคดีแล้วเท่านั้น

ความหลากหลายของอารยธรรมทางพระพุทธศาสนาในประเทศเนปาล

เนปาลเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติและอารยธรรมเก่าแก่ เนื่องจากดินแดนนี้มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมเทือกเขาหิมะและยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก 8 ยอด จากจำนวน 14 ยอด รวมทั้งยอดเขาเอเวอร์เรสต์ที่สูงที่สุดในโลก ไปจนถึงป่าดงดิบทางตอนใต้ นอกจากนี้อารยธรรมหลายพันปีของอาณาจักรฮินดูก็ยังมีหลงเหลือให้เห็นอยู่ตามสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ ทางตอนใต้ของเนปาลใกล้กับชายแดนอินเดียยังมีเมืองลุมพินี ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยแต่ละปีจะมีชาวพุทธจากทั่วโลกหลั่งไหลไปจาริกแสวงบุญที่นี่เป็นจำนวนมาก

เนปาลเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง แม้ว่าเนปาลจะมีทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ เช่น ป่าไม้ พลังน้ำจากเทือกเขาหิมาลัย แร่ธาตุ และมีประชากรมากพอสมควร แต่ขาดแคลนเทคโนโลยีและวิทยาการสมัยใหม่ที่จะสามารถใช้ศักยภาพที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ นอกจากนั้นเนปาลยังต้องพึ่งพาทางออกในการขนส่งสินค้าผ่านประเทศอินเดีย ซึ่งมีอุปสรรคปัญหาหลายประการทั้งในเรื่องของการแบ่งผลประโยชน์ การคดโกง รวมทั้งการลักลอบขนสินค้าโดยไม่ถูกกฎหมายซึ่งทำให้ไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรและรายได้ตามปกติ รัฐบาลเนปาลได้พยายามแก้ไขปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ปัญหาด้าน infrastructure และการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ แต่ก็ยังติดขัดเรื่องเงินทุนและระบบราชการซึ่งค่อนข้างไม่โปร่งใส มีการฉ้อฉลทุจริต รวมทั้งเศรษฐกิจ

พระพุทธศาสนาในประเทศเนปาลในปัจจุบัน ได้มีการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาฝ่ายเถระวาทขึ้นในประเทศเนปาล โดยส่งภิกษุสามเณรไปศึกษาในประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทโดยเฉพาะประเทศไทยนั้น พระภิกษุสามเณรชาวเนปาล ซึ่งได้บรรพชาและอุปสมบทแบบเถรวาทได้มาศึกษาพระปริยัติธรรม นอกจากนั้นคณะสงฆ์เนปาลยังได้กราบทูลเชิญสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชแห่งประเทศไทยไปให้บรรพชาอุปสมบทแก่กุลบุตรชาวเนปาล ณ กรุงกาฐมาณฑุ พร้อมทั้งทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดชาวเนปาล นอกจากนี้สมาคมธัมโมทัยสภาได้อุปถัมภ์ให้พระภิกษุจากประเทศศรีลังกาและพระภิกษุสงฆ์ในประเทศเนปาลที่ได้รับการอบรมมาจากประเทศศรีลังกา ออกเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง พร้อมทั้งมีการแปลพระสูตรจากภาษาบาลีเป็นภาษาถิ่น พิมพ์ออกเผยแพร่เป็นจำนวนมากด้วย